Lesson9

การใช้ฟิตเตอร์และแอคชั่น

posted on 15 Mar 2011 01:17 by howtophotoshop  in Lesson9

1. การใช้งานฟิลเตอร์
         ฟิลเตอร์ (Filter) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการตกแต่งภาพด้วยเทคนิคพิเศษที่หลากหลาย แทนที่จะต้องมาพยายามคิด
ขั้นตอนการทำงานต่างๆ ขึ้นเอง สามารถใช้ฟิลเตอร์เพียงคำสั่งเดียว ในการทำงานหลายๆ ขั้นตอนนั้นได้ เช่น สร้างแสง
ให้ภาพ แทนที่ต้องมาทำทีละขั้นตอน คือสร้างเลเยอร์ คัดลอกเลเยอร์ ลงสี ปรับค่า Opacity ฯลฯ เมื่อใช้คำสั่ง Filter
เพียงครั้งเดียว สามารถกำหนดค่าต่างๆ ได้ผลลัพธ์ออกมาในเวลาที่รวดเร็ว

ฟิลเตอร์ในโปรแกรม Photoshop
       ฟิลเตอร์ในโปรแกรม Photoshop แบ่งตามลักษณะการใช้งานและที่มาได้ 3 ประเภท คือ
1. Layer Effect เป็นฟิลเตอร์ที่อยู่ในเลเยอร์สำหรับทำการปรับแต่งภาพในแต่ละเลเยอร์ จะพบเมื่อใช้เมนูคำสั่ง
Layer-->Layer Style จะปรากฏรายการฟิลเตอร์ที่ต้องการ
2. Filter เป็นฟิลเตอร์ที่สร้างโดยบริษัทผู้ผลิตโปรแกรม Photoshop ประกอบด้วย 14 ฟิลเตอร์
3. Plug-in เป็นฟิลเตอร์ที่ถูกพัฒนาจากที่อื่นให้สามารถใช้งานได้กับโปรแแกรม Photoshop Plug-in ประเภทนี้จึงมี
อย่างไม่จำกัด

2. องค์ประกอบที่ควรรู้ในหน้าต่างฟิลเตอร์
       ฟิลเตอร์แต่ละฟิลเตอร์จะแตกต่างกันไปตามลักษณะการทำงานของฟิลเตอร์นั้นๆ แต่โดยทั่วๆ ไปจะประกอบไปด้วย
ส่วนต่างๆ หลักๆ ดังต่อไปนี้ คือ
1. คลิกเมนู Filter-->Sketch-->Bas Relief ภาจะนูนต่ำตามรอยของลายในภาพ
2. คลิกเมนู Filter-->Sketch-->Chalk&Charcoal การลงสีด้วยถ่านและสีชอล์ค
3. คลิกเมนู Filter-->Sketch-->Charcoal ภาพที่ได้มีลักษณะการลงด้วยสีถ่าน
4. คลิกเมนู Filter-->Sketch-->Chrome ภาพที่ได้มีลักษณะเหมือนผิวโลหะมันวาว
5. คลิกเมนู Filter-->Sketch-->Conct Crayon ภาพที่ได้เหมือนการวาดด้วยสีเทียน
6. คลิกเมนู Filter-->Sketch-->Graphic Pen การวาดโดยใช้ปากกาหมึกแห้ง
7. คลิกเมนู Filter-->Sketch-->Halftone Pattern ปรับลักษณะของลายภาพ
8. คลิกเมนู Filter-->Sketch-->Note Paper ภาพที่ได้มีลักษณะเหมือนผิวกระดาษ
9. คลิกเมนู Filter-->Sketch-->Photocopy ภาพที่ได้เหมือนฟิลม์เนกกาตีฟ
10. คลิกมนู Filter-->Sketch-->Plaster ภาพที่ได้มีลักษณะการพิมพ์ แปะภาพนูนต่ำลงบนพื้นผิว

3. การใช้คำสั่ง Liquify ในการตกแต่งภาพ
       เป็นคำสั่งที่ใช้ในการทำเอ๊ฟเฟ็คให้กับรูปภาพ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับ Plug-in KPT6 หรือโปรแกรม Kai PowerGoo จากเครื่องมือที่มีอยู่สามารถทำเอ็ฟเฟ็คได้หลากหลาย เช่น การทำภาพบิตเบี้ยว ภาพปูดบวม และทำภาพเงาสะท้อนบนกระจก โดยเริ่มจากขั้นตอนดังนี้
1. คลิกเมนู Image-->Liquify
2. เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการตกแต่ง
3. ปรากฏหน้าต่างการทำงานของคำสั่ง Liquify

4. การใช้ Action สร้างงานอัตโนมัติ
       Action เป็นการคลิกเมาส์ครั้งเดียว สามารถจัดการไฟล์ที่มีขั้นตอนการทำงานซ้ำๆ กัน และเหมือนกันเข้าด้วยเป็น
คำสั่งเดียว คำสั่งของงานแต่ละงานที่มารวมกันเป็น Action เรียกว่า Record ทำให้สามารถทำขั้นตอนซ้ำๆ กันด้วยการ
คลิกเมาส์เพียงครั้งเดียว ซึ่งการทำงานแบบนี้คล้ายกับการสร้างฟิลเตอร์มาใช้งานเอง
การทำงานของ Action Palette
       ใน Action Palette มีการรวมกลุ่มกันเป็นลำดับขั้น เพื่อไม่สับสนในการใช้คำสั่งด้วย ลักษณะของ Actions Palette
มี 2 รูปแบบ คือ
1. แบบที่ 1 แสดงลักษณะของ Action แสดงรายละเอียดของงานแต่ละงาน
2. แบบที่ 2 ลักษณะของ Action รวมเป็นกลุ่มคำสั่งเพื่อง่ายต่อการใช้งาน